ทิศทางการศึกษา

กรุงเทพฯ–29 ส.ค.–Innovation Group
คุณปฏิมา ชุณหสวัสดิกุล ประธานกรรมการบริหารด้านธุรกิจการขาย กลุ่มบริษัทอินโนเวชั่น มอบทุนการศึกษาใน “กองทุน ปฎิมา ชุณหสวัสดิกุล” แก่นิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 ณ ห้องพูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริเดช สุชีวะ คณบดีคณะครุศาสตร์ เป็นประธาน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำหน้าที่เป็นเบ้าหลอมแห่งการผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นทั้งคนดี คนเก่ง และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในสังคม รวมทั้งผลิตบุคลากรทางการศึกษาทั้งครูมืออาชีพและนักวิชาการในการพัฒนาคุณภาพและยกระดับการศึกษาไทยต่อไปในอนาคต

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/prg/2701553

ข่าวการศึกษา

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ ได้เผยแพร่ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 452/2560 เรื่อง ครม.อนุมัติแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ศธ. โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 29 สิงหาคม 2560 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ คือ มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (ระดับ 11) จำนวน 3 ราย และผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ระดับ 10) จำนวน 1 ราย ดังนี้   นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภาการศึกษา นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายบุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้ ได้อนุมัติ นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ ศึกษาธิการภาค (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานศึกษาธิการภาค 13 ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/82795

ครูไทย

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง รายชื่อผู้สมควรได้รับการคัดเลือกเพื่อรับรางวัลคุรุสภา ประจำปี พ.ศ. 2560
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://w

เด็กไทยกับการทดสอบ O-NET

 

ดร.สมศักดิ์  ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า สกศ. ร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดการประชุมเสวนานโยบายการศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – เอเชียตะวันออก โดยเรียนเชิญ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี นางสาวแอน เบเรต คัฟลี (Ms. Anne Berit Kavli) ผู้แทนสมาคมนานาชาติเพื่อการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา (IEA) และผู้แทนด้านจัดระบบการศึกษา 7 ประเทศคือ ผู้แทนประเทศมาเลเซีย สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เขตการปกครองพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และไทย มาร่วมถ่ายทอดแลกเปลี่ยนแนวคิดการจัดระบบการศึกษา และปรับปรุงนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาคุณภาพและยกระดับความรู้และทักษะการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของแต่ละชาติ ภายหลังการประกาศผลโครงการศึกษาแนวโน้มการจัดการศึกษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของนักเรียนเทียบกับนานาชาติ (TIMSS) และโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติของประเทศสมาชิกองค์กรเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (PISA) เมื่อปี 2558 โดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำหนดค่าเป้าหมายการพัฒนาการเรียนรู้โดยใช้ผลการทดสอบนานาชาติ PISA เป็นตัววัดสัมฤทธิผลการปรับเปลี่ยนการเรียนรู้ของผู้เรียนที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งข้อสรุปจากการประชุมวิชาการที่มีนักวิจัยระบบการศึกษาจากทั้ง 7 ชาติ ทาง สกศ. จะได้บูรณาการการมีส่วนร่วมจัดการทดสอบความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ เทคโนโลยี เพื่อใช้ศึกษาวิจัยสัมฤทธิผลผู้เรียนกับการกำหนดทิศทางนโยบายและมาตรฐานการจัดการศึกษาชาติ และนำข้อมูลสังเคราะห์และวิเคราะห์แนวทางจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาของประเทศอย่างมีคุณภาพ ตลอดจนบูรณาการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 และสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศไทยและทั้ง 7 ประเทศในอนาคต

ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การขับเคลื่อนและปฏิรูปการศึกษารองรับประเทศไทย 4.0 ไม่ใช่แค่เน้นหนักด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมเท่านั้น เพราะต้องส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ซึ่งเป็นทักษะใหม่ร่วมด้วย โดยเฉพาะการจัดระบบการศึกษาใหม่ที่ดึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง และทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษา ทั้งนี้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ได้เคยกล่าวถึงการเตรียมระบบการศึกษาสมัยใหม่เพื่อรองรับคลื่นความเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ของโลก ซึ่งต้องมองบริบทรอบด้านของประเทศไทยด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมด้านการศึกษารองรับทิศทางการศึกษาที่นำไปสู่การมีงานทำ ส่งเสริมให้เกิดการศึกษาตลอดช่วงวัยที่ไม่ใช่แค่วัยเด็ก แต่รวมถึงการส่งเสริมการศึกษาสำหรับคนวัยทำงาน และการฝึกอบรมรองรับสังคมผู้สูงอายุอย่างสอดคล้องกันทั้งระบบ

ด้าน นางสาวแอน เบเรต คัฟลี ผู้แทน IEA กล่าวว่า การดำเนินงานของ IEA มีเป้าหมายสำคัญคือเพื่อพัฒนาและปรับปรุงขีดความสามารถและสมรรถนะด้านการศึกษาของประเทศต่าง ๆ ครอบคลุม 57 ประเทศสมาชิก โดยใช้ฐานข้อมูลคะแนน TIMSS และ PISA เปรียบเทียบระหว่างประเทศ โดยเลือกประเมินผลการศึกษา 2 ช่วงคือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อแสวงหาจุดแข็งและจุดอ่อนของระบบการศึกษาแต่ละชาตินำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น สำหรับผลประเมินการศึกษาประเทศไทยยังค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับฮ่องกงในระดับเอเชียด้วยกัน เนื่องจากนักเรียนไทยยังไม่สามารถนำความรู้ และใช้เหตุผลมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ทั้งวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ปัญหาใหญ่ที่พบเหมือนกันคือสถานศึกษาที่อยู่ห่างไกลและนักเรียนยังยากจนย่อมส่งผลกระทบต่อผลการเรียนที่ด้อยกว่าสถานศึกษาที่อยู่ในเมืองใหญ่และนักเรียนมีฐานะร่ำรวยกว่าซึ่งเกิดขึ้นกับทุกประเทศ ดังนั้น จึงต้องเร่งลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา

“สิ่งที่ IEA ประเมินผลการศึกษาแต่ละชาติยังไม่สามารถลงลึกถึงรายละเอียดต่าง ๆ มากนัก แต่เป็นการชี้แนวโน้มและดัชนีชี้วัด โดยยึดบริบทระบบการศึกษาของแต่ละประเทศเป็นเกณฑ์พื้นฐาน และการวิเคราะห์ต่าง ๆ ต้องศึกษาอย่างรอบด้านทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพทั้งข้อมูลจากต่างประเทศและในประเทศนำมาเปรียบเทียบและปรับใช้ร่วมกันจึงจะเห็นแนวภาพแนวโน้มที่ดีของระบบการศึกษาที่เหมาะสมกับประเทศนั้น”